หากคุณ กินผักผลไม้ไม่ถึงวันละ 4 ขีด ต้องอ่าน!! Omega-3 Fish Oil 1,000mg ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ บำรุงสมอง รักษาหอบหืด อัลไซส์เมอร์ โรคซึมเศร้า!!

ส่งอีเมล์บอกเพื่อน

เป็นคนแรกที่วิจารณ์สินค้านี้

Availability: สินค้าหมดคลังสินค้า

PRICE ฿1,300

SALE! ฿690

รายละเอียด

 

รายละเอียดสินค้า

 

Nature's Bounty Omega-3
Fish Oil 1,000mg Softgels

 

 

หากคุณ กินผักผลไม้ไม่ถึงวันละ 4 ขีด
คุณมีความเสี่ยง เป็น "โรคหัวใจ"
คนไทยกว่า 39 ล้านคน หรือ 50% ของประเทศ
มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ
คนไทยเสียชีวิตด้วย โรคหัวใจและหลอดเลือด
เฉลี่ย 200 คนต่อวัน
(ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณะสุข)

 

คุณจะป้องกันโรคนี้ เพื่อตัวคุณเอง และ คนที่คุณรักอย่างไร??
Omega-3 น้ำมันสกัดธรรมชาติจากปลาทะเลน้ำลึก มีคำตอบให้คุณ



การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ เกิดจากนักวิจัยชาวออสเตรเลียที่สังเกตว่า ทำไมชาวเอสกิโม ซึ่งกินอาหารที่ไขมันสูง มากกว่าประชากรบริเวณอื่นของโลกพบโรคเส้นเลือดหัวใจตีบน้อยมาก มีคนคิดว่าอาหารที่เอสกิโมกินประจำคือปลาทะเล จึงนำปลาทะเลมาศึกษาพบว่า มีกรดไขมันกลุ่ม Omega3 มากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆมาก จึงนำมาทดลองรวมทั้งการศึกษาในมนุษย์ พบว่า Omega3 สามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งทำให้การจับกลุ่มของเกล็ดเลือดน้อยลงได้ ซึ่งสามารถลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 50% เลยทีเดียว แต่การที่จะได้ปริมาณที่เหมาะสมในการเกิดผล ต้องใช้ Omega3 ปริมาณมาก การกินอาหารจากปลาจึงไม่เพียงพอ หรืออาจจะต้องกินจำนวนเยอะมาก เพราะฉะนั้น การทาน Omega 3 แบบที่สกัดมาแล้วน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


 

ป้องกันและลดการเกิดโรคหัวใจ และหัวใจวายเฉียบพลัน
ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด โรคยอดฮิตที่เป็นสาเหตุให้คนไทยเสียชีวิตอันดับต้นๆ
ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศ
ช่วยให้ผิวแห้งกร้านกลับเรียบเนียนและชุ่มชื้นด้วยการเติมน้ำมันผิวจากภายใน
ป้องกันสัญญาณแห่งความชราและลดการเกิดสิวด้วยคุณสมบัติลดการอักเสบของผิวหนัง
บำรุงการทำงานของสมอง มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการพัฒนาความจำและการเรียนรู้
บรรเทาอาการโรคสะเก็ดเงิน
บรรเทาอาการของโรคไขข้ออักเสบ (รูมาตอยด์)
บรรเทาอาการโรคซึมเศร้า

Omega-3 – กับพัฒนาการเด็ก
•           พบมากในสมองและจอประสาทตา เกี่ยวข้องกับกระบวนการด้านความจำและพฤติกรรม
•           สมอง(Cerebral Cortex)ของตัวอ่อนในครรภ์มี DHA เป็นองค์ประกอบมากถึง 15-20% และเป็นองค์ประกอบในจอประสาทตามากถึง 30-60%
•           ป้องกันการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
•           การมีปริมาณกรดไขมัน Omega-3 ในสมองต่ำ ทำให้เป็นโรคสมาธิสั้นในเด็ก
•           สตรีตั้งครรภ์ที่ได้รับ Omega-3 ไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงที่จะเกิดความดันโลหิตสูงขณะคลอด(Preclampsia) และมักมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด(Postpartum depression)
•           นมแม่มี EPA สูงกว่านมผงดัดแปลงสำหรับเลี้ยงทารก 2.5 เท่า และมี DHA สูงกว่าถึง 30 เท่า

Omega 3 - กับสุขภาพหัวใจ
•          ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด-ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
•          ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบของผนังหลอดเลือด มีผลลดความดันโลหิต(Promotion of nitric oxide induced endothelial relaxation)
•          ช่วยรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ
•          ป้องกันการอักเสบของหลอดเลือดและป้องกันลิ่มเลือดจับกันเป็นก้อน

Omega 3 - ลดไขมันในเลือด
•           ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
•           การศึกษาของ Harris, William S. (American Journal of Clinical Nutrition,1997) คนไข้ 2800 คนได้รับ Omega-3 4-10 gm./day  พบว่า
             ไตรกลีเซอไรด์ลดลง               25-30%
             LDL ลดลง                              5-10 %
             HDL เพิ่มขึ้น                           1-3 %

Omega-3 - รักษาหอบหืด
•           EPA ลดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุทางเดินหายใจและลดการตอบสนองทางภูมิแพ้ ลดความรุนแรงและความถี่ของการเป็นหอบหืด
•           ประสิทธิภาพการทำงานของปอด(วัดจาก Forced expiratory volume in 1 second-FEV1) เพิ่มขึ้น 23% หลังจากรับประทานน้ำมันปลาต่อเนื่อง 9 เดือน

Omega-3 - ป้องกันโรคอัลไซส์เมอร์
•           Omega-3 พบมากในสมอง ช่วยทำให้ผนังเซลล์สมองมีความอ่อนนุ่ม ในขณะที่ Omega-6 ทำให้ผนังเซลล์สมองแข็งตัว
•           การที่ผนังเซลล์สมองอ่อนนุ่มทำให้ซีโรโตนิน ซึ่งทำหน้าที่เป็น messenger คอยสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทแต่ละเซลล์ทำงานได้ดีขึ้น
ชนิดของไขมันที่บริโภค มีผลต่อความจำ ความ สามารถในการคิดและเรียนรู้ในระยะยาว  ผู้ที่บริโภคกรดไขมันอิ่มตัว กรดไขมัน Omega-6 จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์มากกว่าผู้ที่บริโภคกรดไขมัน Omega-3

Omega-3 – รักษาโรคซึมเศร้า จิตเภท
•           EPA ในน้ำมันปลา มีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคซึมเศร้า ช่วยทำให้ซีโรโตนินในสมองทำงานได้ดีขึ้น (กลไกการทำงานแบบเดียวกันกับยา Prozac ที่ใช้รักษาโรคทางจิตเวช)
•           ช่วยให้อาการซึมเศร้า ขาดสมาธิ นอนไม่หลับ ไม่มีอารมณ์ทางเพศนั้น อาการดีขึ้นมากกว่า 50%

Omega-3 - ป้องกันมะเร็ง
•           ช่วยต่อต้านมะเร็งหลายชนิดในสัตว์ทดลอง เช่น มะเร็งเต้านม  มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด
•           การศึกษาด้วยแบบจำลองการเกิดมะเร็ง พบว่า การได้รับกรดไขมัน omega-3 จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ  ตรงกันข้ามกับการได้รับกรดไขมัน omega-6 เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง




รายงาน จาก Agency for Healthcare Research and Quality เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2547 มีหลักฐานสนับสนุนว่า omega-3 สามารถลดการเกิดโรคหัวใจหรืออัตราการตายจากโรคหัวใจทั้งผู้ที่เป็นโรคหัวใจ อยู่แล้วหรือผู้ที่ยังไม่เป็นโรคหัวใจโดยผ่านกลไกดังนี้

พบว่า น้ำมันปลาหรือ omega-3 fatty acidsไม่ได้เปลี่ยนแปลงระดับ total cholesterol, HDL cholesterol,หรือ LDL cholesterol แต่จะลดระดับ Triglyceride ในกระแสเลือด
น้ำมันปลาสามารถลดระดับความดันโลหิตได้เล็ก น้อย ลดการเกิดโรคหลอดเลือดตีบซ้ำ เพิ่มความสามารถในการออกกำลังกาย ลดการเต้นผิดปกติของหัวใจ

นอกจากนั้นมีการศึกษาพบว่า

น้ำมันปลา (Omega3)ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาล หรือ ระดับของ insulin ในกระแสเลือดทำให้รับประทานได้อย่างปลอดภัย
น้ำมัน (Omega3)ที่มาจากพืชช่วยป้องกันโรคหัวใจได้แต่ประสิทธิภาพสู้น้ำมันปลาที่มาจากสัตว์ไม่ได้
น้ำมันปลา (Omega3)ไม่มีผลต่อโรคหอบหืด
น้ำมันปลา (Omega3)มีผลเล็กน้อยต่อโรคลำไส้อักเสบ โรคไต



จากการ รวบรวมรายงานพบว่ามีการให้น้ำมันปลา(Omega3)ตั้งแต่ 0.27 to 4.8 g/วันอัตราการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง แต่ไม่ลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
มีการศึกษาให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีน้ำมันปลาหรือปลาเพิ่มขึ้นพบว่าอัตราการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง


มีการศึกษา 6 การศึกษาพบว่าการรับประทานน้ำมันปลาหรืออาหารที่มีน้ำมันปลาสูงจะลดอัตราการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน การป้องกันโรคปฐมภูมิ Primary prevention

 

จากการศึกษาใช้เวลา 4-30 ปีการศึกษาส่วนใหญ่พบว่าการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง แต่การเกิดโรคหลอดเลือดสมองไม่เปลี่ยนแปลง


จาก การศึกษาของ The Physicians' Health Study, ศึกษากับคนจำนวน 20,551คนเป็นเวลา 12 ปีพบว่าอัตราการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงร้อยละ 50 แม้ว่าจะรับประทานปลาเพียงเดือนละครั้ง

 

สมาคมโรคหัวใจแนะนำสำหรับการรับประทาน omega-3
แนะนำให้ รับประทานปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งโดยเฉพาะปลาที่มีไขมันสูง เช่น mackerel, lake trout, herring, sardines, albacore tuna and salmon และรับประทานถั่วหรือพืชที่มีไขมันชนิดนี้สูงได้แก่ soybeans, canola, walnut and flaxseed, and their oils




 

รายละเอียดสินค้า : Nature's Bounty Omega-3 Fish Oil ขนาด 1,000 mg. ขนาด 110 แคปซูล

วิธีการรับประทาน

1. เพื่อบำรุงสมองเสริมความจำวันละ1,000 มก. หลังอาหาร
2. ผู้สูงอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง วันละ 2,000-3,000 วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร
3. เพื่อรักษาการอุดตันของหลอดเลือดวันละ 3,000 มก. ครั้งละ 1,000 มก. วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
4. สำหรับผู้ที่มีปัญหา ข้อเสื่อม  ข้อรูมาตอยด์วันละ  3,000-6,000 มก. หลังอาหาร

 

 

 

Tags สินค้า

ใช่ช่องว่างแบ่ง tag. ใช้ single quotes (') สำหรับประโยคยาวๆ ที่มีช่องว่างระหว่างคำ